วิตามินเอพบในอาหารอะไรบ้าง?

วิตามินเอมีให้เลือกสองรูปแบบทั้งจากสัตว์และผัก ในแง่ของเรตินอลวิตามินเอสามารถหาได้จากอาหารจากสัตว์และอาหารจากพืชบางชนิดมีส่วนประกอบที่เรียกว่าแคโรทีนอยด์ ส่วนประกอบเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอเมื่อนำเข้าสู่ร่างกาย

ใครควรได้รับวิตามินเอมากแค่ไหน?

•ทารกอายุ 6 เดือน 400 ไมโครกรัมต่อวัน

•ทารกอายุ 7-12 เดือน 5,000 ไมโครกรัมต่อวัน

• 300 ไมโครกรัมต่อวันสำหรับเด็กอายุ 3 ปี

400 ไมโครกรัมต่อวันสำหรับเด็กอายุระหว่าง 4-8 ปี

600 ไมโครกรัมต่อวันสำหรับเด็กอายุระหว่าง 9 ถึง 13 ปี

•วัยรุ่นอายุระหว่าง 14-18 900 ไมโครกรัมต่อวัน

•ในผู้ใหญ่อายุมากกว่า 19 ปีควรรับประทานวันละ 900 ไมโครกรัม

•วิตามินเอ 770 ไมโครกรัมต่อวันในระหว่างตั้งครรภ์

•ในระหว่างให้นมบุตรควรให้วิตามินเอ 1300 ไมโครกรัมต่อวัน

อาหารที่มีวิตามินเอ

•นมวัว

•นมแพะ

•ตับ

• ไก่

• แซลมอน

• กุ้ง

•ปลาซาร์ดีน

• โยเกิร์ต

• ชีส

• ไข่

• ทูน่า

•ผักโขม

• แครอท

• มันเทศ

•สวิสชาร์ท

• หัวผักกาด

• ฟักทอง

•ปราสาท

•ถั่วฝักยาว

•ผักใบเขียวมัสตาร์ด

• ฟักทอง

• พริกแดง

•เดซี่

• เกรฟฟรุ๊ต

• ลูกพีช

•หอม

• มะเขือเทศ

•แตงโม

•เมลอน

หน่อไม้ฝรั่ง

•ถั่วลันเตา

กะหล่ำปลี

•แอปริคอท

• ถั่วเขียว

• บร็อคโคลี

• พาสลีย์

• น้ำมันตับปลา

• แอปริคอตแห้ง

วิตามินเอมีประโยชน์อย่างไร?

•ช่วยเพิ่มกระดูก

•เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

•เพิ่มความอุดมสมบูรณ์และพัฒนาการ

•แก้ไขการทำงานของเซลล์

•ปกป้องสุขภาพฟันและเหงือก

•รองรับการสร้างเส้นผมและผิวหนังที่แข็งแรง

ปกป้องกระเพาะอาหารตับและทางเดินปัสสาวะ

•ช่วยให้วิตามินดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น

•ปกป้องดวงตาและให้การมองเห็นที่ดีขึ้นและลดความเสี่ยงต่อการตาบอดกลางคืน

•ปกป้องร่างกายจากการติดเชื้อและโรคต่างๆ

•ทำให้ผิวเปล่งปลั่งและนุ่มขึ้น

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าร่างกายขาดวิตามินเอ?

•พัฒนาการช้าในเด็ก

•เพิ่มความเสี่ยงของการตาบอดกลางคืน

•ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะและทางเดินหายใจ

ตาแห้งมีให้เห็น

•เร่งผมร่วง

•ทำให้ผิวแห้ง

•การอักเสบเกิดขึ้นที่กระจกตา

ผลข้างเคียงของวิตามินเอคืออะไร?

•ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ

•เพิ่มอาการปวดหัว

อาการปวดเกิดขึ้นที่กระดูกและข้อ

•ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยล้า

•ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้

•มันรบกวนระบบลำไส้

•อาการคันในร่างกายเพิ่มขึ้น

โพสต์ล่าสุด